Veritas Backup Exec Server

จากเมื่อก่อนที่เครื่อง Server ที่ประกอบไปด้วย OS, Application รวมถึงข้อมูลต่างๆ ทำงานเป็นแบบ Standalone ทำให้เกิดปัญหาคือเมื่อ  Server เครื่องใดเครื่องหนึ่ง Down ไปก็จะทำให้ Service ต่างๆ ที่ทำงานหรือให้บริการอยู่บนเครื่อง Server นั้นๆ  ไม่สามารถใช้งานได้ แต่พอมาถึงยุคถัดมาซึ่งเป็นยุคของ Virtualization ที่ตัวสเปคของคอมพิวเตอร์ Server เองได้มีการพัฒนาด้าน CPU ให้มีความเร็วที่สูงขึ้น มี Memory สูงขึ้น และ Disk Storage ที่มีความจุมากขึ้น ทำให้เกิดเทคโนโลยี Virtualization ขึ้นมาที่สามารถแบ่ง Server ออกเป็นเครื่อง Server ที่เป็น VM หลายๆ เครื่องขึ้นมา โดยทำงานอยู่ภายในเครื่อง Host ที่เป็น Physical Server  โดยที่ใน 1 Physical Server สามารถที่จะรันเครื่อง Server ที่เป็น VM ได้หลายๆ ตัว หลายๆ Application พร้อมๆ กัน และโดยมีการนำ Host Server หลายๆ Host มาทำงานร่วมกันเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด เช่น ในกรณีที่มี Host Server down ไป เครื่อง VM ที่อยู่ใน Host Server ที่ Down นั้นจะถูกโยกย้ายไปทำงานที่ Host Server ตัวอื่นแทน ทำให้งานบริการต่างๆ สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง  และล่าสุดมาถึงยุคของ Cloud Infrastructure as a service ที่มี Service ต่างๆ ทำงานอยู่บน Cloud  ที่กล่าวมาทั้งนี้แต่ละองค์กรจะมี Workload ที่ใช้งานอยู่ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งอาจมีตั้งแต่ Physical Server, Virtualization Server ไปจนถึง Cloud Server ซึ่งแน่นอนการบริหารจัดการในเรื่องของการสำรองข้อมูล การทำ Data Protection ของแต่ละระบบก็ต้องมีการทำงานที่แยกกันไป ดังนั้นตัวของ Backup Exec ก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องของความซับซ้อน ความยุ่งยากในการทำ Backup ซึ่งตัวของ Backup Exec จะเป็นแบบ Centralized Management เพียงแค่เรามี Server เครื่องหนึ่ง ที่จะใช้ในการติดตั้ง Software Backup Exec ให้เป็น Backup Server โดยที่สามารถเข้าไปเชื่อมต่อกับระบบ Server ที่แต่ละองค์กรมีอยู่ไม่ว่าจะเป็น Physical Server, Virtualization Server ไปจนถึง Cloud Server ก็สามารถ Backup ข้อมูลต่างๆ มาเก็บไว้ที่ถังเก็บข้อมูล เช่น NAS, Storage Server ต่างๆ โดยการทำงานของ Backup Exec สามารถจัดการได้จากเพียงหน้าจอเดียวเพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อให้ผู้ดูแลระบบสามารถดูแลได้ง่ายขึ้น โดยล่าสุด Backup Exec สามารถทำการ Backup Platform ต่างๆ เช่น Virtualization VMware, Microsoft Hyper-V ในส่วนของ Application & Database จะสามารถสำรองพวก Active Directory, Exchange, SharePoint, Microsoft SQL Server, Oracle และในฝั่งของ Operating Systems นั้นรองรับ Windows Server & Windows Client, Linux ต่างๆ

 

ในการใช้งาน Backup Exec จะมีจุดเด่นในเรื่องของการทำ 2 Factor Authentication เพิ่มเข้ามาเพื่อความปลอดภัยในการเข้าถึงตัว Application Backup Exec เฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น อีกทั้งยังมีในส่วนของการป้องกัน Ransomware สามารถรองรับ Google Cloud-Seoul ในฝั่งของประเทศเกาหลี สามารถทำงานร่วมกับ Azure Site Recovery เพื่อทำเป็น DRaaS ได้ และสามารถทำการ Deduplication ที่สามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลขึ้น Cloud หรือ Remote site และ Local Backup ได้ ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดพื้นที่ของ Storage ลงไปได้อย่างมาก โดยผู้ดูแลระบบเข้าหน้า Centralized Management แล้วสั่งการสำรองข้อมูลที่กล่าวมานี้จากส่วนกลาง (โดยการ Enable Central Admin Server : CAS) ส่วนในเรื่องของการ Recovery ข้อมูลนั้นเราสามารถที่จะ Recovery จาก Backup to Virtual, Physical to Virtual, Virtual to Physical ก็สามารถทำได้อย่างไม่ยากนัก จุดเด่นด้าน Recovery อีกอย่างคือสามารถที่จะ Verify ข้อมูล backup VM ได้กรณีบางหน่วยงานมีการ Audit ในเรื่องของการ Restore ข้อมูล ว่าข้อมูลที่จะถูกนำมา Restore นั้นสามารถที่จะ Restore ได้หรือไม่และใช้เวลาในการ Restore ประมาณเท่าไหร่